พุทธทำนาย


พุทธทำนาย
จากศิลาจารึกในมหาวิหารเชตวัน ณ สวนมฤคทายวัน ประเทศอินเดีย โดยคณะทูตไทยที่ไปอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อปี พ.ศ.2485 ตามคำแปลเป็นภาษาไทย ว่าดังนี้

สาธุ อะระหัง สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระเมตตากรุณาสรรพสัตว์ทั่วโลก ที่เกิดมาแล้ว  แต่ลำบากทั่วหน้า ทุกชาติ ทุกศาสนาตามธรรมชาติ  เมื่ออาตมาเข้านิพพานไปแล้วครบห้าพันปี ศาสนาของอาตมาจะเป็นที่สุด  เมื่อโลกหมุนไปถึงสองพันห้าร้อยปีเศษ มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติใหญ่เสียครั้งหนึ่ง สิ่งที่สาธุชนไม่เคยเจอะจะได้เห็น  ไม่เคยพบจะได้พบ   ยักษ์หินที่ถูกสาปให้หลับ  กลับตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งนัก 
ใกล้กับ พ.ศ. 2560 ยิ่งทวีกันใหญ่ขึ้นทุกทิวาราตรี
มนุษย์นอกพระศาสนา  จะรบราฆ่าฟันกันจนถึงเลือดนองเต็มพื้นดิน พื้นน้ำ จะลุกลามเผามนุษย์ไม่ขาดระยะ  ต่างฝ่ายต่างทำลายเหมือนยักษ์กระหายเลือด  แผ่นดินจะเป็นเปลวไฟ  จะตายไปอย่างละครึ่งหนึ่ง จึงจะเลิกล้ม  ต่างฝ่ายต่างหมดกำลังด้วยกันตามวิสัยยักษ์ร้ายนอกศาสนา  ซึ่งถือกำเนิดจากป่าอำมหิต 
ส่วนพุทธศาสนิกชนผู้ทำแต่บุญ  เดินตามทางตถาคต สามารถระงับร้อนไม่รุนแรง  บ้านใดได้บูชาพระโพธิสัตว์ผ้ากาสาวพัตร์ ก็จะรับภัยพิบัติเบาบางแต่หนีภัยธรรมชาติไม่พ้น ไฟจะลุกลามมาทางทิศตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม สมณะชีพราหมณ์ จะอดอยากยากเข็น ลูกไฟจะตกจากฟ้า เหล็กกล้าจะผุดจากน้ำ
สงครามจะเกิดทั่วทิศ พระยานาคจะพ่นพิษเป็นเพลิง  ทหารจะเป็นเจ้า ข้าวสารจะขาดแคลน  ทุกแคว้นจะอดอยาก  พลูหมากจะหมดเปลือง  สีเหลืองจะชนะ  พระยังอยู่คู่เมืองอีกต่อไป  สีขาวจะแพ้ภัยในที่สุด     ครุฑจะบินกลับฐาน
คนจะกลับบำรุงพระพุทธเจ้า ว่าดังนี้  ชา ตะ มะ สะ ละ วา พรุ
พระคาถานี้ท่านให้เขียนใส่กระดาษ หรือผ้าขาวติดไว้หน้าบ้าน หรือหัวนอน ดังนี้
จะมีอายุยืนยาว จะทันผู้มีบุญชื่อ พระยาธรรมิกราชา เมื่อแรกสถิตอยู่เขตอยุธยา ต่อมาท่านเสด็จอยู่ลานช้าง ( ภาคอีสานในปัจจุบัน ) พระยาธรรมิกราชา  เข้ามาปีกุน (พ.ศ.2562)  เดือน 11 เป็นเที่ยงแท้หนักหนา  ท่านเสด็จมาก่อนหน้าในปีระกา (พ.ศ.2560)  แรม 5 ค่ำ มหากษัตริย์มาทางทิศตะวันตก สมณะชีพราหมณ์ตามมาพอประมาณได้ 76,400 รูป ทั่วอาณาจักรสมเด็จพระบรมนักปราชญ์ได้ประกาศคาถาว่า ดังนี้  นะ สัจ จัง ทะ คะ ยัง มะ สำ คำ ปัง

คอยดูในปีมะโรง (2555) คนจะเดินโก่ง คลาน  ผู้ใดอยากพบผู้มีบุญชื่อพระยาธรรมิกราชให้ภาวนา ให้หมั่นรักษาศีล สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา
คอยดูปีมะเส็ง (2556) ตลิ่งจะพัง มหาสมุทรจะชอกช้ำ อย่าเที่ยวไปกลางแจ้ง
ท่านเข้ามาปีกุน (พ.ศ.2562)  เดือน 11 เป็นเที่ยงแท้ ผู้ใดไม่เชื่อ ให้คอยดูกันต่อไป
คอยดูในปีจอ (พ.ศ.2561)  คนจะพ้นภัยด้วยคุณงามความดี
สะโรนะกา โททายะโม พุทธะตะยะ ภาวนาทุกเช้าค่ำ ผู้นั้นจะมีอายุยืนนาน  จะได้เห็นพระธรรมมิกราช (พระโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรย) ในปีกุน ท่านจะเข้ามาอีก  รู้แล้วให้บอกต่อกันด้วย

คำเตือน  โลกมนุษย์กำลังจะเข้าสู่กลียุค จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติจาก ดิน น้ำ ไฟ ลม  จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่ 3 ตามมา มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่ง

สำหรับประเทศไทย  จะเริ่มเกิดตั้งแต่ปี 2555 คาดว่า จะได้รับภัยทางน้ำ และ แผ่นดินไหวที่หนักมากกว่าปี 2554  โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพฯ แผ่นดินจะยุบตัว คลื่นน้ำจะพัดเข้าถล่มความสูง 20 เมตร มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่ง น้ำจะเข้าถึงสระบุรี  ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สุดท้ายในปี 2562  ประเทศไทยจะเหลือประชากรมากกว่าประเทศอื่นๆ

ส่วนประเทศอื่นทั่วโลก  จะเหลือเพียงสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น บุคคลที่รอดชีวิต  ส่วนมากก็สูญเสียสติสัมปชัญญะ  ไม่ปลอดภัยเหมือนเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา  เพราะไม่เข้าใจบำเพ็ญฌานภาวนา ฉะนั้น  อย่าหลงใหลในทรัพย์สินของตนเองให้มากนัก  เพราะเมื่อเข้ายุคศิวิไล เงิน ทอง จะไม่มีค่า   เพราะมนุษย์ยุคนั้น  วัดกันที่ความดี  ความมีศีลธรรม  หรือบุญกุศลเท่านั้น (ปีมะโรง พ.ศ. 2555  ปีมะเส็ง พ.ศ. 2556   ปีระกา พ.ศ. 2560  ปีจอ พ.ศ. 2561  ปีกุน พ.ศ.2562 )

พุทธพยากรณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้  เกิดขึ้นแน่นอน  และในช่วงชีวิตของพวกเราในยุคนี้จักได้พบเห็นแน่นอน  จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรประมาท  ไม่ควรตระหนก  แต่ต้องตระหนัก  และ  ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ทำอะไร  อย่างน้อยที่สุด  ท่านควรทำทุกหน้าที่ของท่านให้ดีกว่าเดิม  ท่านมีหน้าที่อะไร  ในสถานที่ไหน  ขอให้ท่านอยู่กับปัจจุบันขณะ  ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในรูปที่คิดดี  พูดดี  และ  ทำดี  ในทุกวันเวลาที่เปิดช่องให้สามารถกระทำได้  อย่างน้อยต้อง
ตั้งใจมีเมตตาต่อสรรพสัตว์  คือ ตั้งจิตปรารถนาและกระทำให้ผู้อื่นสัตว์อื่นมีความสุข 
ตั้งใจมีความกรุณา  คือ ตั้งจิตปรารถนาและกระทำให้ผู้อื่นสัตว์อื่นพ้นจากความทุกข์ 
ตั้งใจมีมุทิตา  คือ ตั้งจิตปรารถนาและยินดีด้วยความจริงใจที่ผู้อื่นได้ดีมีความสุขความสำเร็จ  และ
ตั้งใจมีอุเบกขา  คือ ตั้งจิตวางเฉยเป็นกลาง  เมื่อกระทำให้ผู้อื่นสัตว์อื่นมีความสุขไม่ได้ หรือ พ้นจากความทุกข์ไม่ได้  สิ่งใดเหลือวิสัยที่เราเข้าไปช่วยเหลืออะไรไม่ได้  ไปแก้กรรมให้ผู้อื่นไม่ได้  กรรมใครกรรมมัน  ทุกชีวิตมีกรรมเป็นกำเนิด  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์  ผู้ใดทำกรรมใดไว้  ย่อมต้องได้รับผลของกรรมของตนเอง  ไม่ต้องไปทุกข์ใจใดๆด้วย  แต่อย่างน้อยที่สุด  อยากเชิญชวนท่านให้จัดสรรเวลามาสวดมนต์ในบทที่ท่านชอบ และ ทำสมาธิ  ปฏิบัติกรรมฐานในสถานที่ใดๆ ก็ได้ที่ท่านสะดวก ฝึกให้ชำนิชำนาญท่านจะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s